ประกาศจากโครงการ

หนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพฯ

หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้า

หมู่บ้านเล็กตระกูลเป้า เป็นพระราชนิพนธ์แปลล่าสุดในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงแปลจากต้นฉบับภาษาจีนของ “หวังอันอี้” สะท้อนภาพชีวิตในหมู่บ้านชนบทของจีนต้นทศวรรษ 1960 ในระบบคอมมูนประชาชน จนกระทั่งเข้าสู่สังคมนิยมที่ทันสมัยในศตวรรษ 1980 ผู้อ่านจะได้ สัมผัส ความรักอันบริสุทธิ์ของผู้เป็นแม่ ความกล้าหาญของเด็กน้อยผู้กลายเป็นวีรชนของหมู่บ้าน ได้รู้สึก สะเทือน ใจกับรักต้องห้ามของเด็กสาวและความคับแค้นขมขื่นของผู้ที่ถูกสังคมลงโทษอย่าง ไม่เป็นธรรม



แก้วจอมซน

เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ได้พระราชนิพนธ์เป็นภาคต่อจากแก้วจอมแก่น หากแต่ว่าคราวนี้แก้วโตขึ้น เรื่องราวเกร็ดความรู้และข้อคิดต่างๆก็เริ่มโตขึ้นไปด้วย เช่น ในตอน “เยี่ยมขั้วโลก” เมื่อแก้วถามพี่ไก่เรื่องเอสกิโม พี่ไก่ก็ได้อธิบายให้ฟังว่า “…คำว่าเอสกิโมเป็น คำที่เผ่าอื่นเรียก แปลว่า คนกินเนื้อดิบ เขาเรียกตัวเองอินูอิต หรือยูอิต แปลว่า คนจริง คำว่า อิ๊กกลู แปลว่า บ้าน ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบ้านทำด้วยหิมะหรือน้ำแข็งหรอก เวลาฤดูร้อนซึ่งมีอยู่ระยะสั้นๆ เขาจะอยู่ในเต็นท์ทำด้วยหนังสัตว์หรืออาจจะทำด้วยไม้เรียกว่าอิ๊กกลูเหมือนกัน”



แก้วจอมแก่น

เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นจากประสบการณ์จริงเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ มีตัวละครเอกคือแก้วและเหล่าผองเพื่อน แก้วได้เล่าเรื่องราวของตนเองออกเป็นตอนๆ มีตัวละครอื่นเข้ามาเสริม “ทัพ” เพื่อสร้างบรรยากาศและสีสันบ้างเป็นครั้งคราว ถึงแม้ว่าแก้วจะจอมแก่นแต่แก้วก็ไม่ได้ฝากเฉพาะ “วีรกรรม” เอาไว้ให้เท่านั้นแต่ยังฝากทั้งข้อคิดและเกร็ดความรู้เอาไว้ให้ผู้อ่านได้เรียนรู้ด้วย เช่น ตอน “แม่ครัวหัวป่าก์” แก้วได้เล่าถึงวิธีการทำขนมไทยๆ เช่นขนมแป้งสิบว่า “… แป้งนั้นใช้แป้งข้าวเจ้าปนแป้งมันนิดหน่อยนวดให้เข้ากัน ต้มพอสุกข้างนอก ข้างในยังดิบ แล้วเอามานวดอีกทีหนึ่งให้เหนียว…”



ขบวนการนกกางเขน

เป็นพระราชนิพนธ์ทรงแปลจากวรรณกรรมเยาวชนฝรั่งเศสเรื่อง Rossogols en Cage ของ Madeleine Treherne โดยทรงใช้นามแฝง “แว่นแก้ว” วรรณกรรมเรื่องนี้ไม่ได้แสดง แต่วีรกรรม ของเด็กๆ กลุ่ม “ขบวนการนกกางเขน” ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น หากแต่แสดงให้เห็นถึง มิตรภาพ ของเด็กๆ ในกลุ่มที่ไม่มีความรู้สึกแบ่งแยกในเรื่องของเชื้อชาติแต่อย่างใด




ประพาสอุทยาน

พระราชนิพนธ์ชุดเสด็จฯ เยือนต่างประเทศลำดับที่ ๒๘ เป็นบันทึกการเสด็จ พระราชดำเนินเยือน อังกฤษ สก็อตแลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ระหว่างวันที่ ๔-๑๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๖ การเสด็จ ครั้งนี้ ช่วงเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ ที่ประทับในยุโรปทรง ใช้ชีวิตในสวนเสียเป็นส่วนมาก นอกจากนี้ ได้ เสด็จฯ ทอดพระเนตรสวนพฤกศาสตร์หลายแห่ง ทั้งในอังกฤษและสก๊อตแลนด์ รวมไปถึงการเสด็จฯ ทอดพระเนตรทัศนียธรรมทางธรรมชาติที่ งดงามของบริเวณ Lake District ในประเทศอังกฤษอีกด้วย



ใต้เมฆที่เมฆใต้

พระราชนิพนธ์ลำดับที่ 31 ในชุดเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการบันทึกการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม 2538 ในครั้งนี้เสด็จพระราชดำเนินเยือนมณฑลยูนนาน “ยูนนาน” มีความหมายว่า “เมฆใต้” มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น ชนชาติไป๋ต้าหลี่ ชนชาติไต่ ฯลฯ ได้ทอดพระเนตรสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และเสด็จไปทรงเยี่ยมสถาบันทางวิชาการที่น่าสนใจอื่นๆอีกด้วย



อนัมสยามมิตร

พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เล่มนี้ บันทึกเรื่องราวการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 17 – 23 กุมภาพันธ์ 2536 ในการเสด็จครั้งนี้ทรงพบผู้นำระดับสูงของรัฐบาลเวียดนาม ทั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสุสานโฮจิมินห์ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังได้ เสด็จฯ ทอดพระเนตรเมืองต่างๆ ของเวียดนามไม่ว่าจะเป็น เมืองเดียนเบียนฟู เมืองดานัง เมืองเว้ และโฮชิมินท์ซิตี้ ทำให้ผู้อ่านทราบถึงภูมิหลัง และความรู้ทางประวัติศาสตร์ สังคม วิถีชีวิต เศรษฐกิจ ตลอดจนศิลป วัฒนธรรมของเวียดนามได้เป็นอย่างดี



เกล็ดหิมะในสายหมอก

พระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๒๗ ที่ทรงบันทึกไว้เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ ๔-๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๗ โดยครั้งนี้ได้เสด็จเยือนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน อันเป็นถิ่มกำเนิด ของแมนจู ซึ่งเป็นดินแดนสำคัญทางประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคมและการเมือง พระราชนิพนธ์ชุดนี้มีทั้งหมด 5 เล่ม เล่ม1 ปักกิ่ง, เล่ม2 เหลียวหนิง, เล่ม3 จี๋หลิน, เล่ม4 เฮยหลงเจียง และเล่ม5 เป็นภาคผนวกให้ความรู้เกี่ยวกับเมืองจีน เช่น ราชวงศ์ที่ปกครองจีน สุสานพระจักพรรดิราชวงศ์ชิง ระบบปาฉี ฯลฯ



เย็นสบายชายน้ำ

พระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๘ ในชุดเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ทรงบันทึกไว้เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ ๑๔ – ๒๗ เมษายน ๒๕๓๙ โดยเริ่มจากคุนหมิงถึงฉงชิ่ง แล้วประทับเรือพระที่นั่งล่องไปตามแม่น้ำแยงซีเกียง หรือฉางเจียง ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศจีนและของ ทวีปเอเซีย และการทอดพระเนตรโครงการซานเสียซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากผู้อ่านจะได้รับความรู้ทางประวัติศาสตร์ วรรณคดี และศิลปวัฒนธรรมของสถานที่ต่างๆ



ไอรัก คืออะไร?

พระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๑๙ ในชุดเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ที่ทรงบันทึกไว้เมื่อครั้งเสด็จ ฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศมองโกเลีย ระหว่างวันที่ ๓-๑๒ ตุลาคม ๒๕๓๕ ผู้อ่านจะได้ทราบข้อมูลและเกร็ดความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับประเทศมองโกเลีย สองดินแดนที่มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีที่น่าสนใจและเป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมตะวันออกอันเก่าแก่ ประกอบด้วยภาพถ่ายที่แสดงถึงลักษณะทางภูมิประเทศและสภาพทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวมองโกเลีย


ลาวเหนือเมื่อปลายหนาว

พระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔๐ บันทึกการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ ๒๑-๒๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๐ บันทึกเรื่องราวการเสด็จฯ เยือนลาวในครั้งนี้ทำให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เยือนครบหมดทุกแขวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวแล้ว โดยได้เสด็จฯ เยือนแขวงทางตอนเหนือของ ลาว ได้แก่ แขวงอุดมไซ และแขวงหลวงน้ำทา เพื่อทอดพระเนตรและศึกษาสภาพวิถี ชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของประชาชนลาวในพื้นที่ดังกล่าว และ เสด็จฯ เยี่ยมกิจการของโรงพยาบาลและโรงเรียนของท้องถิ่นอีกด้วย



ยามลมหนาว

พระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๓๕ บันทึกเรื่องราวหลากหลายที่น่าสนใจระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐโปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก สาธารณรัฐอิตาลี สาธารณรัฐสโลวัก และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ ๑๓-๒๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๙ อันเป็นการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์เยือนสาธารณรัฐโปแลนด์ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานาธิบดีโปแลนด์




ข้าวไทยไปญี่ปุ่น

พระราชนิพนธ์หนังสือ เรื่อง ข้าวไทยไปญี่ปุ่น เล่มนี้ เสด็จพระราชดำเนินเยือน ประเทศญี่ปุ่น ระหว่าง ๒๓ – ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๗ บันทึกการเสด็จฯ เนื่องจากการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงรับเชิญจากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI – International Rice Research Institute) ประเทศญี่ปุ่น เสด็จฯ ไปทรงร่วมงานและบรรยายพิเศษเรื่องข้าวไทยในงานวัน Japan-IRRI Day ที่กรุงโตเกียว